หน้าแรกAbout UsServiceHow to buyArticleWebboardFAQContact Us

วิธีอ่าน Spec เพชร

           เพชร เป็นหินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เกิดจากอัดตัวของคาร์บอนที่อุณภูมิและแรงดันมหาศาล เป็นเวลานับพันล้านปี เพชรจึงเป็นอัญมณีที่มีราคาแพงมาก มีความแข็งมากที่สุด และยังเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ และความแข็งแกร่งอีกด้วย

          การจำแนกระดับต่างๆของเพชรในหลักสากล สามารถแบ่งออกเป็น 4 หมวด (4Cs) ใหญ่ๆ ด้วยกันคือ Clarity (ความบริสุทธิ์) , Carat (น้ำหนักเพชรเทียบเป็นกะรัต) , Color (สีของเพชร) และสุดท้าย Cut (รูปแบบและทรงการเจียระไน)
 
ความ สะอาด (Clarity)                                                                                                                 
Diamond Clarity
การจำแนกความบริสุทธิ์ของเพชร สามารถจำแนกได้ตามหลักสากล ดังนี้

          1.Flawless (FL) - เป็นเพชรชั้นยอดน้ำงามที่สุด ไม่มีตำหนิหรือมลทินใดๆในทั้งเนื้อเพชรและผิวของเพชรเลย

          2.Internal Flawless (IF) - เป็นเพชรชั้นยอดที่ไม่มีตำหนิภายในเนื้อเพชรเลย เมื่อมองภายใต้กล้องขยาย 10 เท่า (10X)

          3.Very Very Slightly Inclusion (VVS1 / VVS2) - เป็นระดับของเพชรที่มีมลทินในเนื้อเพชรให้เห็นได้น้อยมากๆ ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า จะต้องใช้กล้องกำลังขยาย 10 เท่า ส่องจึงเห็น และจะต้องใช้เวลาในการค้นหาค่อนข้างนาน แล้วแต่ความชำนาญของผู้ตรวจสอบ จำแนกออกเป็นระดับ 1 และ 2 ตามลำดับ หากตำหนิน้อยมากจะใช้ VVS1 หากตำหนิที่สามารถเห็นได้ชัดมากขึ้นจะใช้ VVS2 ตำหนิของความสะอาดระดับนี้ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเหมือนจุดฟองอากาศเล็กๆ ขนาดเท่าปลายเข็ม และหลบอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ยาก

          4.Very Slightly Inclusion (VS1 / VS2) - เป็นระดับของเพชรที่มีมลทินในเนื้อเพชรในระดับที่ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตา เปล่า จะต้องใช้กล้องกำลังขยาย 10 เท่า ส่องจึงเห็น และจะต้องใช้เวลาในการค้นหาสักพัก แต่จะใช้เวลาน้อยกว่าเพชรความสะอาดระดับ VVS ตำหนิและมลทินสามารถเห็นได้ชัดเจนมากกว่าระดับ VVS และอาจมีสีต่างๆในเนื้อของมลทินที่สามารถมองเห็นได้

          5.Slightly Inclusion (SI1 / SI2) - เป็นระดับของมลทินที่สามารถมองเห็นได้ทันทีภายใต้กล้องกำลังขยาย 10 เท่าและบางกรณีสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่จะมีขนาดที่เล็กอาจจะต้องสังเกต หรือใช้กระดาษขาวทาบและมองกับแสงไฟจึงเห็นชัดขึ้น ในระดับสายตาของผู้ยังไม่ชำนาญการ จะต้องใช้เวลานานในการสังเกต

          6.Inclusion (I1 / I2 / I3) - เป็นระดับมลทินที่สามารถสังเกตด้วยตาเปล่าได้อย่างชัดเจน ซึ่งอาจจะมีเยอะมาก จนทำให้สังเกตได้เยอะ
ใน ประทศไทยส่วนใหญ่จะได้รับความนิยมที่ความสะอาดระดับ IF - VS2 หากระดับที่เห็นตำหนิชัดกว่านี้อาจจะไม่ค่อยได้รับความนิยมในกลุ่มคนไทย แต่ยังได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าต่างชาติบางกลุ่มอยู่ ส่วนความสะอาดระดับ FL แท้ๆ นั้น เป็นเพชรที่หาได้ยากมาก
 
กะรัต (Carat)                                                                                                                                
Diamond Size

          น้ำหนัก ซึ่งเป็นมาตรฐานในการวัดน้ำหนักของอัญมณี ซึ่ง 1 กะรัตเทียบกับมาตราเมตริกได้ 0.2 กรัม  (ระวังสับสนกับ Karat ที่ใช้ในการบอกถึงความบริสุทธิ์ของทอง)

          น้ำหนัก 1 กะรัต จะถูกแบ่งออกอีกเป็น สตางค์ ซึ่ง 1 กะรัต จะเท่ากับ 100 สตางค์ ซึ่งเพชรที่มีน้ำหนักต่อเม็ดยิ่งมาก ก็จะยิ่งราคาสูงตาม แต่ทั้งนี้ ราคาของเพชรก็จะขึ้นอยู่กับ ความสะอาด, สี และเหลี่ยมเพชรด้วย
 
สี (Color)                                                                                                                                      
Diamond Color
          การจำแนกเฉดสีของเพชร สามารถเรียงจาก D ไปจนถึง Z ซึ่งหากแทนด้วยอักษร D จะหมายถึง มีความขาวใส มากที่สุด ซึ่งบางครั้งคนไทยจะเรียกว่า "น้ำ" เพชรน้ำยิ่งสูงก็จะยิ่งขาวและไม่มีสีเหลืองเจือปน เพชรระดับไร้สี (Coloress) ได้แก่ เพชรน้ำ 100, 99, 98 หรือ เพชรสี D,E,F  ตามลำดับ เพชรที่มีสีกลุ่มนี้จะหายากและมีราคาสูงสุด ส่วนเฉดสีอื่นๆ จะไล่ไปเรื่อยๆเช่น สีนวลอ่อนๆ จะแทนด้วยอักษร G สีเหลืองแชมเปญ จะไล่ลงไปเป็น L เหลืองเข้ม จะใช้แทนด้วย P จนกระทั่งไปถึงตัวอักษร Z ที่จะเป็นสีเหลืองสด และถูกแยกออกเป็นเฉดสีเพชรแฟนซี

          การจำแนกสีของเพชร จะแยกเฉพาะโทนสี ขาว และเหลืองเท่านั้น หากแยกออกไปจากนี้จะเป็นรูปแบบเพชรแฟนซี ซึ่งจะมีสีสันสดใสและแปลกตาออกไป

          เหตุที่แยกโทนสีเฉพาะสีเหลืองเพราะว่า คาร์บอนในตัวของเพชร เมื่อได้รับความร้อนหรือสารเคมีที่เป็นองค์ประกอบอื่นๆ จะทำให้เพชรมีสีแตกต่างออกไป เช่นเพชรสีเหลืองมีธาตุในโตรเจนเป็นองค์ประกอบอยู่ด้วย สีน้ำเงิน อาจมีไทเทเนียมและเหล็กเจือปน หรือสีแดงอาจจะเป็นโครเมียมเจือปน ส่วนเพชรชมพูนั้นเกิดจากโครงสร้างของตัวเพชรเอง ส่วนสีเขียวนั้นเป็นเพชรที่ได้รับรังสี ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ทำให้เกิดเป็นเพชรแฟนซี ที่มีสีสันแตกต่างออกไป และราคาแพงมากกว่าสีขาว เนื่องจากหายาก แต่อย่างไรก็ตาม เพชรสีขาวใสสะอาด เป็นที่นิยมมากกว่าเพชรแฟนซี แต่ในปัจจุบันได้มีผู้ผลิต หลายราย นำเพชรสีขาวมาปรับปรุงคุณภาพเพื่อให้เกิดเป็นเพชรสีแฟนซี ต่างๆ ขึ้น เช่น ทำการอบ การเผา หรือการฉายรังสี ทำให้เกิดสีต่างๆ เช่น สีเขียว สีเหลือง และสีฟ้า เป็นต้น
 
เหลี่ยม (Cut)                                                                                                                                
               
          เหลี่ยมเพชร เป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้เพชรเกิดประกาย ยิ่งเพชรมีเหลี่ยมที่สมบูรณ์มากเท่าไหร่ ก็จะเกิดการสะท้อนกลับของแสงมาที่หน้าเพชรมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งจะทำให้เกิดประกายของเพชรมากขึ้นตาม
               
          ตามมาตราฐานสากลจะแบ่งระดับความสมบูรณ์ของเหลี่ยมเพชรไว้ดังนี้ คือ Excellent, Very Good, Good, Fair, Poor ตามลำดับ คนไทยส่วนใหญ่จะนิยมเรียกเหลี่ยมเพชรเป็นชื่อของประเทศ เช่น อินเดีย เบลเยี่ยม รัสเชี่ยน ซึ่งการเรียกแบบนี้ เกิดมาจากสมัยก่อนเพชรที่มาจากประเทศต่างๆ จะถูกเจียระไนออกมาในคุณภาพที่ต่างกัน เช่น
เพชรอินเดีย จะถูกเจียระไนมาเพื่อรักษาน้ำหนักไว้เพชรให้ได้มากที่สุด เหลี่ยมที่ได้จึงไม่ค่อยสมบูรณ์นัก เทียบได้ประมาณเหลี่ยม Good ถึง Very Good

          เพชรเบลเยี่ยม จะถูกเจียระไนมาอย่างพิถีพิถัน ทำให้เหลี่ยมที่ได้มาค่อนข้างสมบูรณ์ จัดอยู่ในระดับ Excellent

          เพชรรัสเชี่ยน
(ระวังสับสนกับเพชรรัสเซีย ซึ่งเป็นชื่อเรียกของเพชรสังเคราะห์ หรือ Cubic Zirconia) เพชรรัสเชี่ยนมีที่มาจากประเทศรัสเซีย เพชรที่เจียระไนมาจากประเทศรัสเซียนี้ จะใช้เครื่องจักรในการเจีย ซึ่งจะทำให้ได้เหลี่ยมที่สมบูรณ์ทุกเม็ด โดยที่ไม่สนใจเรื่องของน้ำหนัก เพชรเหลี่ยมรัสเชี่ยนจัดอยู่ในกลุ่มสูงสุดของ Excellent หรือที่เรียกกันว่า Ideal Cut หรือ Heart and Arrow* ปัจจุบันนี้เพชรที่มาจากประเทศรัสเซียแท้ๆ ค่อนข้างหาได้ยากมาก
ปัจจุบัน นี้ ประเทศต่างๆดังที่กล่าวมาแทบจะไม่มีเหมืองเพชรหลงเหลือแล้ว เพราะฉะนั้น ชื่อเรียกเพชรเหล่านี้ จึงไม่ได้หมายความว่าเพชรจะต้องมาจากประเทศนั้นๆ เพียงแต่เป็นการบ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของเหลี่ยมเพชรเพื่อให้เข้าใจกันได้ ง่ายขึ้น
* Heart and Arrow คือชื่อเรียกของเพชรกลมเหลี่ยมเกสรที่มีความสมบูรณ์ของเหลี่ยมมากที่สุด โดยการใช้กล้องพิเศษส่องดูที่ด้านบนหน้าเพชร จะขึ้นเป็นรูปลูกศร 8 แฉก และหากส่องทางด้านล่างของเพชร จะขึ้นเป็นรูปหัวใจ 8 ดวง ซึ่งการจะเรียกว่าเป็น Heart and Arrow ได้นั้น ลูกศร และหัวใจทั้งหมด จะต้องมีความสมบูรณ์ 100% ซึ่งจะต้องใช้ความเชี่ยวชาญในการดูเช่นกัน
 
องค์ประกอบอื่นๆนอกเหนือจาก 4Cs     
                                                                                  
         นอก เหนือจากหลัก 4Cs ตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีองค์ประกอบอื่นๆอีก ที่มีผลต่อราคา และการเลือกซื้อเพชร เช่น การผ่านกระบวนการการเผา, ฟลูออเรสเซ้น, ความสมมาตร และ ผิวของเพชร เป็นต้น

           เพชรที่ผ่านการเผาเพื่อเพิ่มคุณภาพ หรือ Enhanced Diamond
จะเป็นเพชรแท้ 100% แต่จะผ่านกระบวนการพิเศษ ซึ่งมีทั้งการเปลี่ยนให้เพชรเป็นสีขาว และเพื่อลบตำหนิออกไปบางส่วน ซึ่งเพชรเหล่านี้จะดูค่อนข้างยาก และจะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าเพชรธรรมชาติที่ไม่ผ่านการเผามาก (ประมาณ 1 ใน 3)

          ฟลูออเรสเซ้น
สาร ฟลูออเรสเซ้นที่อยู่ในเนื้อเพชร เพชรที่มีฟลูออเรสเซ้น จะทำให้ดูสีขาวกว่าสีจริงของเนื้อเพชร แต่จะออกสีขุ่นเล็กน้อย และออกฟ้าๆ

          ความสมมาตร และ ผิวของเพชร จะ ขึ้นอยู่กับการเจียระไนเพชร ว่ามีความสมบูรณ์มากแค่ไหน ซึ่งจะถูกแบ่งเป็นระดับ เช่นเดียวกันกับ Cut ใน 4Cs คือ Excellent, Very Good, Good, Fair, Poor
 
ด้วยหลักของ 4Cs และองค์ประกอบอื่นๆ ดังที่กล่าวมาแล้ว คงจะพอทำให้ท่านได้ทราบถึงวิธีดู Spec ของเพชรต่างๆได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่จะสามารถดู และวิเคราะห์ว่าเพชรเป็นระดับไหนด้วยตัวท่านเองนั้นเป็นไปได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากต้องใช้ความชำนาญในการดูเพชรมากพอสมควร เพราะฉะนั้น การเลือกซื้อเพชรที่มีใบรับรองจากสถาบันอัญมณี**นั้น จะปลอดภัยที่สุด หรือหากจะซื้อเพชรที่ไม่มีใบรับรอง ก็ควรที่จะซื้อจากร้านที่สามารถไว้วางใจได้
 
  
view